AEnB2Upfw_CgdhNiwzDkZtDJt1Who8nwsVDhbnNX

ดูดไขมัน

Liposuction

เป็นวิธีผ่าตัดโดยใช้อุปกรณ์ช่วยทำการดูดไขมันส่วนเกินออก ซึ่งจะเน้นการกำจัดไขมันในชั้นลึก สามารถทำการผ่าตัดดูดไขมันได้หลายตำแหน่ง เช่น หน้าอก, หน้าท้อง, เอว, หลัง, ต้นแขน และต้นขา โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขนาดและกระชับบริเวณที่ทำการผ่าตัด ผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ควรเป็นผู้ที่มีปัญหาไขมันเกินเพียงอย่างเดียว หากมีปัญหาไขมันส่วนเกินร่วมกับมีผิวหนังหย่อนคล้อย ควรแก้ไขด้วยการผ่าตัดหนังและไขมันส่วนเกินออกจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า


ในปัจจุบันมีเครื่องมือหลายแบบที่สามารถใช้ดูดไขมัน ซึ่งจะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป แต่การดูดไขมันออกควรทำในปริมาณที่พอดี เนื่องจากหากดูดไขมันมากเกินไป อาจทำให้ผิวหนังยุบตัว เป็นหลุม หรือเป็นคลื่นได้


หลังการผ่าตัดจะใช้เวลาราว 3-6 เดือนเพื่อให้เนื้อเยื่อและผิวหนังบริเวณที่ดูดไขมันเข้าที่ ยุบบวมสนิท นอกจากนั้นผู้เข้ารับการผ่าตัดควรควบคุมนํ้าหนักและออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการสะสมไขมันส่วนเกิน

ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัด 

ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าอก, หน้าท้อง, เอว, หลัง, ต้นแขน และต้นขา

 

รายละเอียดการผ่าตัด

เมื่อทำการดมยาสลบเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะฉีดยาชาในบริเวณที่จะทำการผ่าตัด และฉีดน้ำเข้าใต้ผิวหนังทั่วทั้งบริเวณที่จะดูดไขมัน จากนั้นจึงใส่เครื่องมือแล้วเริ่มดูดไขมันส่วนเกินออก ขั้นตอนนี้ใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมงขึ้นกับปริมาณไขมันและตำแหน่งที่ต้องการดูด เมื่อเสร็จแล้วทำการพันผ้ายืดเพื่อลดบวม แผลผ่าตัดจะมีลักษณะเป็นจุด 

 

การดูแลรักษาหลังผ่าตัด

  1. เช็ดทำความสะอาดแผลทุกวัน ห้ามแผลโดนนํ้าจนถึงวันตัดไหม

  2. ใส่ผ้ารัดบริเวณที่ดูดเป็นเวลา 2 เดือน

  3. ตัดไหมหลังผ่าตัด 7 วัน หลังตัดไหมสามารถโดนนํ้าได้

  4. บริเวณที่ดูดจะค่อยๆ เข้าที่ภายในระยะเวลา 3-6 เดือน

  5. จุดแผลอาจเห็นได้ชัดในช่วง 3 เดือนแรก หลังจากนั้นจะค่อยๆ จางไปภายใน 1 ปี

 

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

หากดูดไขมันมากเกินไป อาจทำให้ผิวหนังยุบตัว เป็นหลุม หรือเป็นคลื่นได้

 

ผลของการผ่าตัดจะอยู่ได้นานเเค่ไหน  

สามารถให้ผลการรักษาที่ดีได้ประมาณ 5-10 ปี ขึ้นกับการปฏิบัติตัวของแต่ละคน