4100194562318_edited_edited.jpg

เสริมจมูกแบบ open

Open Rhinoplasty

เป็นการเสริมจมูกด้วยการเปิดแผลด้านใน ด้านนอกและที่บริเวณฐานจมูก เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของการผ่าตัดเสริมจมูกแบบปิด  ดังนั้น open rhinoplasty จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในคนที่มีเนื้อจมูกน้อยแต่อยากได้ทรงที่ค่อนข้างโด่ง มี hump ใหญ่ไม่สามารถตะไบได้หมด มีปัญหาโครงสร้างจมูก ไม่ว่าจะเป็นสันจมูกสั้น จมูกหดรั้ง จมูกเบี้ยว/คด จมูกงุ้ม สันจมูกกว้าง ปลายจมูกใหญ่ จมูกชมพู่  รูจมูกไม่เท่ากัน หรือมีปัญหาปลายจมูกบางหลังจากผ่าตัดเสริมจมูกแบบปิดมาก่อน


     โดยทั่วไปแล้วการเสริมจมูกแบบเปิด จะต้องมีการผ่าเปิดผิวหนังบริเวณจมูกเข้าไปเพื่อไปแก้ไข ปรับแต่งโครงสร้างของจมูกซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นกระดูก กระดูกอ่อน ผิวหนัง โดยมักจะนำกระดูกอ่อนจากส่วนอื่นของร่างกายมาใช้เสริมจมูกร่วมด้วย เช่น กระดูกอ่อนหลังหู กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก และ/หรือกระดูกอ่อนซี่โครง การผ่าตัดส่วนใหญ่จะทำภายใต้การดมยาสลบ ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวระหว่างการผ่าตัด ส่วนรายละเอียดวิธีการผ่าตัดจะขึ้นกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข ผมจะเล่าถึงหลักการการแก้ไขปัญหาแต่ละแบบในการผ่าตัด open rhinoplasty ที่พบได้บ่อย นะครับ

  • การผ่าตัดแก้ไข hump ที่ค่อนข้างใหญ่: ในการผ่าตัด open rhinoplasty แพทย์จะสามารถเข้าไปตอกและตัดเอา hump ออกได้ ทำให้ผลลัพธ์ดีกว่าการแก้ไขด้วยการตะไบใน close rhinoplasty อย่างชัดเจน

  • สันจมูกสั้น จมูกหดรั้งและจมูกงุ้ม: ทำการแก้ไขโดยการจัดโครงสร้างกระดูกอ่อนใหม่ ทำให้ได้จมูกที่มีสันยาวขึ้นช่วยแก้ไขภาวะสันจมูกสั้น จมูกหดรั้งได้ดี ซึ่งวิธีการจัดโครงสร้างกระดูกอ่อนนี้ยังใช้แก้ปัญหาจมูกยาวงุ้มได้เช่นเดียวกัน

  • จมูกเบี้ยว/คด: แก้ไขโดยจัดโครงสร้างกระดูกอ่อนใหม่ให้ตรง ร่วมกับการตอกกระดูกเพื่อทำการจัดกระดูกให้อยู่ในแนวที่ต้องการได้

  • สันจมูกกว้างทำให้จมูกดูแบน: หากพยายามแก้ไขด้วยเสริมจมูกเพียงอย่างเดียวจะทำให้จมูกดูใหญ่ขึ้น การผ่าตัด open rhinoplasty จะสามารถเข้าไปการตอกกระดูกฐานจมูกให้แคบลง สันจมูกดูเรียวขึ้น

  • ปลายจมูกใหญ่ จมูกชมพู่: หากปัญหาเกิดจากเนื้อปลายจมูกที่หนา หรือกระดูกอ่อนปลายจมูกกว้าง ก็ต้องใช้การผ่าตัด open rhinoplasty เพื่อผ่าตัดนำเนื้อภายในปลายจมูกบางส่วนออก ทำให้ปลายจมูกดูเล็กลง ส่วนปัญหากระดูกอ่อนกว้างก็ใช้วิธีตัดเล็มกระดูกอ่อนร่วมกับจัดโครงสร้างกระดูกอ่อนปลายจมูกให้เรียวเล็กลง และถ้าหากปลายจมูกใหญ่เกิดจากปีกจมูกใหญ่ร่วมด้วย ก็ต้องแก้ไขด้วยการตัดปีกจมูกด้วยครับ (การตัดปีกจมูกจะทำแยก หรือทำร่วมกับ closed หรือ open rhinoplasty ก็ได้ครับ)

  • รูจมูกที่ไม่เท่ากัน: สามารถแก้ไขให้ใกล้เคียงกันมากขึ้นด้วยการตกแต่งกระดูกอ่อนบริเวณปลายและรูจมูก

  • ปลายจมูกบางหลังจากผ่าตัดเสริมจมูกแบบปิด: โดยทั่วไปควรนำซิลิโคนออกเพื่อลดความเสี่ยงซิลิโคนทะลุ จมูกติดเชื้อ แต่หากยังต้องการใส่ซิลิโคนต่อไปและต้องการจมูกที่โด่งไม่ต่างจากเดิม ก็จำเป็นต้องใช้วิธี opened rhinoplasty เพื่อนำกระดูกอ่อนจากส่วนอื่นของร่างกายมาเสริมจมูก โดยเฉพาะในส่วนปลายจมูกที่เกิดปัญหาเนื้อบางและทะลุได้ครับ


ที่กล่าวมาก็เป็นตัวอย่างของปัญหาที่มักจะต้องแก้ไขด้วยวิธี open rhinoplasty  นอกจากนั้นในคนที่มีสันจมูกโด่งอยู่แล้ว แต่ต้องการให้ส่วนปลายจมูกโด่งขึ้น หากใช้วิธี close rhinoplasty จำเป็นต้องเสริมซิลิโคนตั้งแต่สันจมูกจนถึงปลายจมูก ทำให้บริเวณสันจมูกสูงเกินไป ดูไม่เป็นธรรมชาติ การเสริมจมูกด้วยวิธี open rhinoplasty จะสามารถใช้กระดูกอ่อนจากร่างกายมาเสริมเฉพาะปลายจมูกได้ รูปทรงจมูกจะสวยงามเป็นธรรมชาติมากกว่า  ส่วนเคยฉีด filler ที่จมูกแล้วเกิดเป็นพังผืดรัดเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง หากต้องการผ่าตัดเสริมจมูก ก็จำเป็นต้องใช้วิธี open rhinoplasty เพื่อผ่าตัดเอาก้อนพังผืดออกก่อนแล้วค่อยทำการเสริมจมูก


ถึงแม้ว่าการผ่าตัดนี้จะมีจุดเด่น มีข้อดีเหนือกว่า close rhinoplasty มาก แต่ก็เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อน มีรายละเอียดมากกว่า ใช้ทรัพยากรมากกว่า การผ่าตัดนี้จึงใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายมากกว่า close rhinoplasty ค่อนข้างมาก  ที่สำคัญหากทำ open rhinoplasty  โครงสร้างของจมูกจะถูกปรับแต่งไปมาก หากต้องการปรับแก้ทรงจมูกอีก ก็ต้องผ่าตัดแก้ไขด้วยวิธี open rhinoplasty  ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทำการผ่าตัดนี้ ต้องหาข้อมูลให้ดีร่วมกับปรึกษากับแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดอย่างละเอียดนะครับ

ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัด 

  • มีเนื้อจมูกน้อยแต่อยากได้ทรงที่ค่อนข้างโด่ง

  • มี hump ใหญ่มากไม่สามารถตะไบได้หมด

  • มีสันจมูกโด่งอยู่แล้ว การเสริมแบบ close ด้วย silicone จะทำให้บริเวณสันจมูกโด่งเกินไปดูไม่เป็นธรรมชาติ

  • จมูกสั้น, จมูกเบี้ยว/คด,​ ปลายจมูกใหญ่, รูจมูกไม่เท่ากัน, จมูกงุ้มต้องการให้จมูกโด่งขึ้น

  • เคยผ่าตัดแบบ close มาแล้วมีปัญหาปลายจมูกบาง

รายละเอียดการผ่าตัด

เมื่อทำการดมยาสลบเรียบร้อย แพทย์จะทำการกรีดเปิดจมูก หลังจากนั้นจะทำการผ่าตัดแก้ไขตามปัญหาของผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละราย

 

การดูแลรักษาหลังผ่าตัด

  1. ประคบเย็นในช่วง 3 วันแรกบริเวณที่ผ่าตัด

  2. ใส่เฝือกจมูก 3 วัน 

  3. เช็ดทำความสะอาดแผลทุกวัน ห้ามแผลโดนน้ำ

  4. แผลภายในจมูกไม่ต้องตัดไหม เริ่มล้างหน้า/ให้แผลโดนนํ้าได้หลังจากผ่าตัดเสริมจมูก 7 วัน (ไหมจะหลุดออกมาเองหลังผ่านไป 1-2 เดือน)

  5. แผลที่แกนจมูกตัดไหมที่ 1 สัปดาห์ ส่วนแผลที่หลังหูและซี่โครงตัดไหมที่ 2 สัปดาห์ หลังจากตัดไหมแผลสามารถโดนน้ำได้

  6. หลีกเลี่ยงการแคะจมูกและการสั่งนํ้ามูกแรงๆ

  7. นอนศีรษะตรงและหลีกเลี่ยงการใส่แว่น 1 เดือน

  8. รอยชํ้าจะค่อยๆหายไปภายในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ ส่วนอาการบวมจะหายเป็นปกติภายในระยะเวลา 3-6 เดือน

 

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

แตกต่างกันขึ้นกับรายละเอียดของการผ่าตัด

 

ผลของการผ่าตัดจะอยู่ได้นานเเค่ไหน  

ส่วนใหญ่อยู่ได้ตลอดไป